จากข่าวหนังสือพิมพ์หัวข้อพาดข่าว...............
ขอนแก่น รวบคนขับรถชนจักรยาน
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 พ.ค. 2559 19:40
ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น แถลงผลการการจับกุม ผู้ต้องหา
อายุ 28 ปี
หลังขับรถเก๋งพุ่งชนจักรยาน 2 คัน
ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน
และบาดเจ็บสาหัส 1 คน
ผู้ต้องหาสารภาพว่าคืนก่อนเกิดเหตุ ได้เสพยาบ้าจนทำให้นอนไม่หลับ เช้าวันต่อมาคือวันที่ 28 เมษายน ได้ไปซื้อเบียร์ดื่มบริเวณบึงหนองโคตร จากนั้นขับรถออกไปหาเพื่อน เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็หลับใน ทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตร พุ่งชนจักรยาน 2 คัน จากนั้นได้โทรศัพท์เรียกเพื่อน ให้พาไปบ้านเพื่อนอีกคน ก่อนหลบหนีไปหาญาติที่ชุมพร
ผู้ต้องหาสารภาพว่าคืนก่อนเกิดเหตุ ได้เสพยาบ้าจนทำให้นอนไม่หลับ เช้าวันต่อมาคือวันที่ 28 เมษายน ได้ไปซื้อเบียร์ดื่มบริเวณบึงหนองโคตร จากนั้นขับรถออกไปหาเพื่อน เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็หลับใน ทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตร พุ่งชนจักรยาน 2 คัน จากนั้นได้โทรศัพท์เรียกเพื่อน ให้พาไปบ้านเพื่อนอีกคน ก่อนหลบหนีไปหาญาติที่ชุมพร
ขณะตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาเตรียมฝากขัง
มีญาติของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ
ที่เสียชีวิต พยายามจะเข้าไปทำร้าย จึงเกิดเหตุชุลมุลขึ้นเล็กน้อย
แต่ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
จากนั้นได้นำพยาน 3 คน ไปชี้ตัวผู้ต้องหา
ทั้งหมดต่างชี้ตัวผู้ต้องหา และยืนยันว่าเป็นคนขับรถเก๋งชนจักรยานจริง
ด้านตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 เก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ นำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือ และ ดีเอ็นเอ ที่เก็บจากรถยนต์ในที่เกิดเหตุ รอผลตรวจเพื่อนำไปประกอบสำนวน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ นอกจากนี้ยังแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และขับรถขณะเมาสุรา รวมถึงข้อหาเสพยาเสพติด
ด้านตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 เก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ นำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือ และ ดีเอ็นเอ ที่เก็บจากรถยนต์ในที่เกิดเหตุ รอผลตรวจเพื่อนำไปประกอบสำนวน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ นอกจากนี้ยังแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และขับรถขณะเมาสุรา รวมถึงข้อหาเสพยาเสพติด
บทวิจารณ์ทางกฎหมาย
โดย บันจงสัณห์ วิญญรัตน์,
น.บ.,น.ม.,M.B.A.
มีคนตายสองคน
บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งคน ด้วยความประมาทของผู้ทำผิด
เมื่อรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดทางอาญาแล้ว
ทางอาญาก็ต้องถูกจำคุก-ปรับ
ไป
ส่วนการเยียวยาทางแพ่งต้องชดใช้ค่าเสียหาย
ซึ่งค่าเสียหายประเทศไทยให้ชดใช้ได้แค่ตามความเป็นจริง
เช่นตามใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล,
ค่าซ่อมแซมรถ เป็นต้นซึ่งน้อยมาก
ต่างจากประเทศอเมริกาที่ต้องใช้ค่าเสียหายใน เชิงลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ดังนี้แล้ว หากประเทศไทย
นำค่าเสียหายในเชิงลงโทษมาใช้
โดยการแก้ไขกฎหมายเรื่องละเมิด ก็จะเป็นผลดีต่อผู้เสียหาย
และการปกครองป้องกันกระทำผิดอีกโสดหนึ่ง
นอกจากต้องติดคุกแล้ว
ต้องชดใช้เงินให้สาสมกับความผิด ไม่ใช่สาสมกับค่าเสียหายที่เสียไปจริง
การละเมิดกฎหมายต่อผู้อื่น ก็จะลดลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น